วันเสาร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2557

เรื่องระบบวิดีโอออนดีมานด์ (Video on Demand)

แบบทดสอบ

นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา

เรื่องระบบวิดีโอออนดีมานด์ (Video on Demand)

เรียบเรียงโดย นางสาวทัศนีย์  กันภัย

1.อธิบายความหมาย บอกคุณลักษณะ ประโยชน์ ข้อดี ข้อจำกัด

Video on Demand


Video on Demand คือระบบวิดิโอดิจิตอลที่ผู้ใช้สามารถเปิดวีดิทัศน์ที่มีอยู่ในรายการได้ทันที โดยไม่คำนึงว่ากำลังให้บริการรายการใดให้กับใครอยู่ในขณะนั้น พร้อมทั้งความสามารถในการควบคุมการเล่นได้ด้วยตนเอง โดยผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่กำลังได้รับความนิยมนำมาใช้ ในหลายประเทศเช่น ญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกาโดยอาศัยเครือข่ายคอมพิวเตอร์ความเร็วสูงทำให้ผู้ชมตามบ้านเรือนต่างๆ สามารถเลือกรายการ วีดิทัศน์ที่ตนเองต้องการชมได้โดยเลือกตามรายการ (Menu) และเลือกชมได้ตลอดเวลา
วิดีโอออนดีมานด์เป็นระบบที่มีศูนย์กลางการเก็บข้อมูลวีดิทัศน์ไว้จำนวนมาก โดยจัดเก็บในรูปแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่ (Video Server) เมื่อผู้ใช้ต้องการเลือกชมรายการใดก็เลือกได้จากฐานข้อมูลที่ต้องการ ระบบวิดีโอ ออนดีมานด์จึงเป็นระบบที่จะนำมาใช้ในเรื่องการเรียนการสอนทางไกลได้โดยไม่มีข้อจำกัดด้านเวลา ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนในสิ่งที่ตนเองต้องการเรียนหรือสนใจได้

ส่วนประกอบของระบบ Video on Demand

ส่วนประกอบของระบบVideo on Demand ประกอบด้วยส่วนสำคัญหลัก 3 ส่วนดังต่อไปนี้
1. เครื่องแม่ข่ายวีดิทัศน์ (Video Server)
          เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีหน่วยเก็บข้อมูลวีดิทัศน์ขนาดใหญ่พร้อมโปรแกรมบริหารสายธาร (Streaming Managemet) เพื่อรับประกันการส่งภาพอย่างต่อเนื่องให้กับเครื่องลูกข่าย (Client) หากปราศจากโปรแกรมบริหารสายธาร คอมพิวเตอร์แม่ข่ายนี้ก็เป็นเพียงเครื่องแม่ข่ายเก็บข้อมูล (Database Server) ธรรมดา

2. เครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Computer Network)
         เป็นเส้นทางที่เครื่องแม่ข่ายจะส่งสายธารวีดิทัศน์ให้กับผู้ร้องขอ ประกอบด้วยแผ่นวงจรเครือข่าย (Network Interface Card) ติดตั้งไว้ในเครื่องแม่ข่ายและลูกข่าย สายเชื่อมต่อสัญญาณ (Network Cable) และอุปกรณ์สลับเส้นทาง (Network Switch) ระบบเครือข่ายอาจจะเป็นระบบอีเทอร์เนต (Ethernet) หรือเอทีเอ็ม (ATM) โดยใช้สายคู่ตีเกลียว (UTP) หรือสายใยแก้ว (Optical Fiber) ตามความเหมาะสม
3. เครื่องลูกข่าย (Client)
         คือเครื่องรับสัญญาณวีดิทัศน์จากเครื่องแม่ข่าย อาจจะอยู่ในรูปของเครื่องคอมพิวเตอร์หรือกล่องสำเร็จ (Set Top Box) ภายในจะมีตัวถอดรหัส (Decoder) สัญญาณดิจิตอลวีดิทัศน์ที่ส่งมาจากเครื่องแม่ข่ายให้อยู่ในรูปที่มองเห็นได้บนคอมพิวเตอร์หรือจอภาพโทรทัศน์ เครื่องลูกข่ายจะต้องมีอุปกรณ์สั่งการเพื่อให้เลือกรายการได้เช่น แป้นพิมพ์ จอภาพสัมผัส หรือเครื่องควบคุมระยะไกล (Remote Control) อย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งหมด

ประเภทของ Video on Demand 
         วิดีโอเซิร์ฟเวอร์ (Video Server) หรือแปลเป็นภาษาไทยที่เรียกว่า เครื่องแม่ข่ายวิดีโอคือหัวใจของระบบ Video on Demand ตัวเซิร์ฟเวอร์มีทั้งความเหมือนและความแตกต่างกันกับไฟล์เซิฟเวอร์ทั่วๆ ไปที่เรารู้จักกันดีในฐานะของตัวเก็บโปรแกรมและข้อมูลในระบบเครือข่าย ความแตกต่างของวิดีโอเซิร์ฟเวอร์อยู่ที่ตัวของมันเป็นตัวเก็บข้อมูลที่ใหญ่โต และซับซ้อนต่อการเข้าถึง (Access) ข้อมูลยากกว่าเนื่องจากมันต้องป้อนวิดีโออย่างต่อเนื่องไปยังผู้ชมพร้อมๆ กันโดยไม่ให้ติดขัด ดังนั้นการเข้าใจถึงรายละเอียดทางเทคนิค วิธีการเก็บและจัดการข้อมูล การตอบสนองเครื่องลูกข่าย และวิธีการส่งวิดีโอออกมาจากเซิร์ฟเวอร์เป็นสิ่งจำเป็นในการเลือกใช้ Video on Demand กับงานต่างๆอย่างเหมาะสม

การเข้าถึง Video on Demand สามารถแบ่งได้ 3 ประเภทโดยในแต่ละประเภทจะต้องการส่วนประกอบทางเทคนิคที่แตกต่างกันไปดังนี้
1. Near Video on Demand
         เป็นระบบ Video on Demand ที่ไม่ตอบสนองการร้องขอทันที เมื่อมีการร้องขอจะมีการจัดข้อมูลและรอรวบรวมผู้ใช้ในระยะเวลาหนึ่ง เช่นทุกๆภายใน 10 วินาที จึงจะจ่ายวิดีโอออกไป โดยผู้ใช้ที่ขอเรื่องเดียวกันจะใช้วิดีโอที่กำลังส่งมาร่วมกัน วิธีนี้จะเป้นการประหยัดแบนด์วิธของตัวเก็บข้อมูลและเครือข่ายจึงสามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เก็บข้อมูลความเร็วต่ำเช่น CD-ROM Juke box ได้
2. True Video on Demand
         เป็นระบบที่ได้ปรับปรุงขึ้นมาอีกระดับหนึ่งโดยสามารถตอบสนองการร้องขอได้ในทันทีโดยไม่ต้องมีการรอผู้ใช้รายอื่น ตามปกติวิดีโอจะถูกแยกส่งตรงไปยังผู้ขอแต่ละรายเสมอ ยกเว้นเมื่อมีการขอพร้อมกันจริงๆ จึงจะใช้วิดีโอร่วมกัน อย่างไรก็ตามวิธีนี้ผู้ใช้ยังไม่สามารถควบคุมการเล่น ได้ (Navigation) ด้วยตนเองอย่างอิสระ
3. Interactive Video on Demand
         เป็นการพัฒนาในระดับสูงสุดที่มีอยู่ภายในปัจจุบัน ผู้ใช้มีอิสระอย่างเต็มที่ในการเลือกรายการ บังคับควบคุมการเล่นเช่น การหยุดชั่วขณะ การเดินหน้าถอยหลัง แม้กระทั่งการยกเลิกและการเปลี่ยนเรื่องใหม่ ด้วยวิธีนี้วิดีโอในแต่ละรายการจะถูกแยกส่งตรงไปยังผู้ใช้แต่ละรายจริงๆ ถึงแม้วิธีขอรายเดียวกันก็ตาม

จำนวนเครื่องลูกข่าย
        คำถามยอดนิยมอย่างหนึ่งเกี่ยวกับระบบ Video on Demand ก็คือ จำนวนเครื่องลูกข่ายสูงสุดที่จะเชื่อมต่อและใช้งานได้พร้อมๆ กันก็เพราะ Video on Demand บางระบบอ้างว่าต่อตัวลูกได้ไม่จำกัด คำกล่าวนี้จะเป็นความจริงถ้าเป็นการต่อไว้เฉยๆ แต่มิได้เรียกใช้วิดีโอในขณะนั้น บางครั้งคำว่าไม่จำกัดคือคุณสมบัติของซอฟต์แวร์ ไม่ได้เกิดจากการใช้งานในสภาพจริงในความหมายของหัวข้อนี้จะหมายถึงจำนวนเครื่องเครอข่ายที่ต่อได้และใช้งานจริงๆ ได้อย่างสมบูรณ์

          หน่วยเก็บข้อมูลหรือฮาร์ดดิสก์ คือแฟกเตอร์อันดับแรกที่เป็นตัวจำกัดจำนวนเครื่องลูกข่าย วิดีโอเซิร์ฟเวอร์โดยทั่วไปจะทำการทดสอบฮาร์ดดิสก์ที่นำมาต่อ เพื่อกำหนดความสามารถในการให้บริการ เพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุดระบบ Video on Demand มักจะมีการการจัดการของฮาร์ดดิสก์เองเนื่องจากการจัดสรรค์วิดีโอเพื่อส่งไปให้ผู้ใช้หลายๆคนพร้อมกันนั้นแตกต่างกับการให้บริการของไฟล์เซอร์ฟเวอร์โดยทั่วไปอย่างสิ้นเชิง การบริหารจัดการเองของวิดีโอเซิร์ฟเวอร์นี้ ทำให้โปรแกรมยูทิลิตี้ของฮาร์ดดิสก์ต่างๆ ไม่สามารถอ่านข้อมูลจากฮาร์ดดิสก์ที่เก็บวิดีโอนี้ได้ อย่างไรก็ตามพบว่ามีระบบเซิร์ฟเวอร์หลายๆแบบ ที่ยังใช้การบริหารจัดการฮาร์ดดิสก์ผ่านทางระบบปฏิบัติการปกติอยู่ แต่เพิ่มประสิทธิภาพขึ้นโดยการนำฮาร์ดดิสก์ มาต่อขนานกัน (Stripe) หรือการนำระบบ Raid เข้ามาใช้งาน ตัวอย่างเมื่อนำฮาร์ดดิสก์ Seagate Cheetah 39103LW มาทำการทดสอบด้วยโปรแกรม Microsoft Netshow Theater ปรากฏว่าวัดความเร็วได้ 27 MB/s เมื่อเลือกให้ระบบส่งสายธารวิดีโอสายธารละ 2Mbps โปรแกรมจะคำนวณความสามารถในการให้บริการตัวลูกได้ 18 ตัว ดังนั้นถ้าต้องการให้ระบบต่อตัวลูกได้ 30 ตัวจึงต้องนำฮาร์ดดิสก์รุ่นนี้มาต่อเพิ่มอย่างน้อย 1 ตัว ทั้งๆที่เราไม่ต้องการพื้นที่เพิ่มขึ้นเลยเป็นต้น

           การ์ดเชื่อมต่อเครือข่าย (Network Interface Card) มักเรียกกันว่า LAN การ์ด คือข้อจำกัดและถือเป็นคอขวดที่สำคัญในการจำกัดจำนวนเครื่องลูกข่าย สืบเนื่องมาจากความเร็วของการ์ดมีมาตราฐานเป็นตัวกำหนดต่างจากฮาร์ดดิสก์ ที่สามารถผลิตให้ได้เร็วที่สุดเท่าที่เทคโนโลยีของใครจะทำได้ การ์ดเชื่อมต่อเครือข่ายที่นิยมใช้ในเซิร์ฟเวอร์ปัจจุบันมีเพียง 2 แบบคือ Ethernet 100Mbps และ ATM 155Mbps ในกรณีที่เครื่อง 1 ตัวติดการ์ดได้ 1 ใบเราสามารถคำนวณเครื่องลูกข่ายได้ง่ายๆ จากการกำหนดค่าของสายธารวิดีโอที่ต้องการเช่น ถ้าต้องการให้วิดีโอเซิร์ฟเวอร์นี้สนับสนุนสายธารวิดีโอสายธารละ 2Mbps จะไดจำนวนลูกข่ายสูงสุด 100/2 = 50 เครื่อง กรณีของ Ethernet หรือ 155/2 = 77 เครื่องกรณีของ ATM อย่างไรก็ตามในทางปฏิบัติเราต้องกำหนดค่าความปลอดภัย (Safety Factor) ของระบบเครือข่ายอย่างน้อย 30 % สำหรับเซิร์ฟเวอร์ที่รับประกันความต่อเนื่องของสายธารวิดีโอ ดังนั้นจำนวนเครื่องลูกข่ายที่สามารถต่อจะเหลือเพียง 35 และ 52 เครื่องตามลำดับ

            ในกรณีขีดจำกัดของฮาร์ดดิสก์ เราแก้ปัญหาได้โดยหาฮาร์ดดิสก์ที่เร็วขึ้น เพิ่มจำนวนฮาร์ดดิสก์รวมทั้งตัวควบคุม (Disk Controller) หรือขยายฮาร์ดดิสก์ไปยังตู้ใหม่ภายนอก แต่ในกรณีที่มีขีดจำกัดมาจากการ์ดเชื่อมต่อเครือข่าย เราสามารถเพิ่มการ์ดเข้ไปได้จำนวนหนึ่งในเซิร์ฟเวอร์เท่านั้น เช่นไม่เกิน 3 การ์ดเพราะเครื่องเซิร์ฟเวอร์เองก็ต้องการช่องสำหรับหนาที่อื่นด้วยแต่ที่สำคัญการเพิ่มการ์ดเชื่อมต่อเครือข่ายอาจจะไม่เพิ่มจำนวนเครื่องลูกข่ายเลย หากระบบเครือข่ายของระบบ Video on Demand นั้นๆ ไม่สนับสนุนการทำงานแบบหลายการ์ด (Multi NIC) การแก้ปัญหาอาจทำได้อีกวิธีหนึ่งคือการเพิ่มตัวเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งจะได้ข้อดีเพิ่มขึ้นอีกหลายอย่าง เนื่องจากการเพิ่มจำนวนเซิร์ฟเวอร์หมายถึงการเพิ่มจำนวนโพรเซสเซอร์ ตัวควบคุมฮาร์ดดิสก์ ตัวฮาร์ดดิสก์ และการ์ดเชื่อมต่อเครือข่าย ไปในตัว ซึ่งทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นข้อจำกัดทั้งสิ้น Video on Demand ที่เน้นคุณภาพการบริการเป็นหลักมักสนับสนุนการทำงานแบบเซิร์เวอร์หลายตัว (Multi Server Configuration) เสมอ


ข้อดีของระบบ Video on Demand 

เมื่อเทียบกับการบริการวีดิทัศน์ในรูปของม้วนหรือแผ่นวีดิทัศน์ชนิดต่าง ๆ แล้ว ระบบ Video on Demand จะมีข้อดีเหนือกว่าหลายประการดังนี้

           1. ให้บริการได้พร้อมกันจำนวนมาก ระบบ Video on Demand จะสามารถให้บริการลูกข่ายที่ร้องขอรายการเดียวกันได้พร้อมกันหรือให้บริการรายการที่ต่างกันทั้งหมดได้อีกด้วย ความสามารถนี้เกิดจากการจัดการขององค์ประกอบของระบบอย่างมีประสิทธิภาพ

           2. ไม่เสื่อมคุณภาพจากการใช้งาน Video on Demand เป็นดิจิตอลวีดิทัศน์ที่เก็บอยู่ในฮาร์ดดิสของคอมพิวเตอร์ซึ่งมีวิธีการตรวจเช็คและแก้ไขข้อผิดพลาดอย่างยอดเยี่ยม ข้อมูลวีดิทัศน์จึงถูกเก็บรักษาและนำไปใช้โดยไม่มีการเสื่อมหรือสูญหาย

           3. ทำงานได้รวดเร็วการทำงานกับดิจิตอลวีดิทัศน์ในฮาร์ดดิสซึ่งมีความเร็วสูงและเข้าถึงข้อมูลได้ทันทีแบบสุ่ม (Random Access) จึงสามารถเปิด ควบคุม และค้นหา ได้อย่างรวดเร็วและทันทีโดยไม่ต้องรอการกรอม้วนเทปไปมา

           4. จัดทำบันทึกและรายงานได้สะดวก ด้วยความสามารถของคอมพิวเตอร์ จึงไม่เป็นการยากที่จะบันทึกการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นชื่อผู้เรียกใช้ รายการ ระยะเวลา ความถี่ พร้อมทั้งการจัดพิมพ์รายงานตามรูปแบบที่ต้องการได้อย่างถูกต้องรวดเร็ว

           5. มีความปลอดภัยสูง การโยกย้าย เปลี่ยนแปลง หรือลบข้อมูลใด ๆบนเครื่องแม่ข่ายจะทำไม่ได้หากไม่มีหน้าที่ หรืออำนาจในการจัดการ หมดปัญหาอุบัติเหตุจากการตกหล่น สูญหาย ชำรุด หรือถูกลบทิ้งจากการใช้งาน

           6. ไม่ต้องใช้เครื่องเปิดโดยฉพาะใช้เพียงคอมพิวเตอร์ธรรมดาที่มีอยู่ไปในหน่วยงานมาเชื่อมต่อเป็นเครื่องลูกข่ายได้ทันที ประสิทธิภาพของการถอดรหัส ความราบเรียบของภาพวีดิทัศน์ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์นั้น ๆ

          7. เสริมบริการอื่น ๆได้ การใช้คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องลูกข่าย ทำให้เพิ่มบริการเสริมต่าง ๆได้โดยสะดวกเช่น บริการการท่องอินเตอร์เน็ต การค้นข้อมูลในห้องสมุด การลงทะเบียน การดูผลการสอบ และ การคิดค่าบริการเป็นต้น
มัลติมีเดียบนเครือข่าย

          ที่สุดของความสมบูรณ์ในการเสนอข้อมูลข่าวสาร ก็คือการผสมผสานกันระหว่างคำอธิบายที่เป็นตัวอักษร เสียง ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว ตลอดจนภาพวีดิทัศน์บนระบบเครือข่ายความเร็วสูง ทั้งหมดนี้จะสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อมีการนำเอาระบบ Video on Demand มาร่วมกับโปรแกรมมัลติมีเดียเหล่านี้ด้วย

Video on Demand บนอินเตอร์เน็ต
           มีความคาดหวังไว้มากมายกับระบบ Video on Demand บนอินเตอร์เน็ต หน่วยงานการศึกษาหลายแห่งที่ต้องการนำ Video on Demand มาใช้เพื่อเป็นอุปกรณ์ ศึกษาด้วยตนเองต่างต้องการจะให้ใช้งานได้ทั้งผ่านทางระบบ LAN ภายในและออกสู่ภายนอกทางอินเตอร์เน็ต ความคาดหวังเหล่านี้มีทั้งเป็นไปได้และเป็นไปไม่ได้ ก่อนที่ทราบถึงความเป็นไปไได้จำเป็นจะต้องทำความเข้าใจถึงความแตกต่างของวิดิโอออนดีมานด์สองชนิดดังนี้

          1. High Bit Rate VDO หมายถึงวิดีโอออนมานด์คุณภาพสูงออกแบบให้ใช้อยู่บนเครือข่ายความเร็ว สูงเช่นระบบ LAN หรือบนอินทราเน็ต สนับสนุนสายธารวิดีโอตั้งแต่ 1 Mbps ขึ้นไป โดยปกติวิดีโอออนมานด์ชนิดนี้จะรับประกันความคมชัดและความต่อเนื่องของภาพว่าจะราบเรียนไม่สะดุดสลอดรายการ

           2. Low Bit Rate VDO เน้นการใช้งานผ่านเครือข่ายความเร็วต่ำ เช่นสายโทรศัพท์ตามบ้าน จึงเปิดบริการอินเตอร์เน็ตได้ อย่างไรก็ตามด้วยขีดจำกัดของความเร็วจึงนิยมส่งเป็นภาพความละต่ำเช่นไม่เกิน 176 x 144 จุด 1-5 ภาพต่อวินาที วิดีโอออนมานด์ประเภทนี้จะนำเอาวิดีโอไปเป็นส่วนประกอบของกิจกรรมเท่านั้น ไม่เน้นความเป็นอรรถรสของความเป็นวิดีโอที่สมบูรณ์

           จากข้อแตกต่างจึงสรูปได้ว่า High Bit Rate VDO ไม่มีทางที่จะใช้บนอินเตอร์เน็ตผ่านสายโทรศัพท์ที่เป็นสายทองแดงที่ใช้ในปัจจุบันได้ การที่จะให้บริการวิดีโอออนมานด์รายการเดียวกันทั้งอินทราเน็ตและอินเตอร์เน็ตได้พร้อมกันจำเป้นจะต้องมีไฟลวิดีโอทั้งสองประเภทบรรจุอยู่บนวิดีโอเซิร์ฟเวอร์ทั้งสองแบบแยกออกจากกันโดยให้เป็นหน้าที่ของการพัฒนาโปรแกรมในการตรวจสอบความเร็วของการเชื่อมต่อเพื่อจะได้จัดสรรวิดีโอจากเซิร์ฟเวอร์ที่เหมาะสมได้ อย่างไรก็ตามปัจจุบันพบว่ามี Low Bit Rate VDO ที่สนับสนุนไฟล์วิดีโอคุณภาพสูงเช่น MPEG-2 โดยระบบจะทำการแปลงข้อมูลให้เหมาะสมกับการเชื่อมต่อในแต่ละครั้งโดยอัตโนมัติ จึงสามารถใช้ไฟล์วิดีโอและวิดีโอเซิร์ฟเวอร์เพียงชุดเดียวได้ อย่างไรก็ตามระบบนี้ยังมีข้อจำกัดหลายประการเช่นไม่สามารถรับประกันความต่อเนื่องของภาพได้แม้จะอยู่บนการเชื่อมต่อความเร็วสูง และเมื่อมีการร้องขอการใช้งานจากจุดเชื่อมต่อความเร็วต่ำจำนวนมาก ระบบต้องทำงานอย่างหนักในการแปลงไฟล์วิดีโอที่มีอยู่ให้เล็กลง จึงเกิดผลกระทบกับอย่างหนักกับประสิทธิ์ภาพโดยรวมของระบบเมื่อมีผู้ใช้จำนวนมากขึ้น

การใช้งาน Video on Demand จะให้ความสะดวกแก่ผู้ใช้มากกว่าระบบ Video Broadcast
(เช่น ระบบโทรทัศน์ทั่วไปซึ่งเป็นการส่งสัญญาณวิดีโอออกมาเป็นชุดเดียว (1 Stream) สำหรับผู้ใช้ทุกคน ผู้ใช้แต่ละคนจะได้ดูภาพสัญญาณอันเดียวกัน รายการต่าง ๆ จะมีตามเวลาที่กำหนดไว้ ผู้ใช้ต้องรอเวลาเพื่อที่จะได้ดูรายการที่ตนเองต้องการ)  กรณี Video on Demand ผู้ใช้แต่ละคนจะสามารถเลือกดูรายการที่ตนเองสนใจเวลาใดก็ได้ ไม่ขึ้นอยู่กับผู้อื่นและไม่ต้องรอตารางเวลาแต่ก็จะต้องใช้ความเร็วของเครือข่ายสื่อสารมากตามไปด้วย  เนื่องจากจะต้องมีการส่งสัญญาณวิดีโอ 1 stream สำหรับผู้ใช้ 1 คน ระบบ Video on Demand นี้สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ทั้งในแง่ให้ความบันเทิงและให้ความรู้ ตามแต่เนื้อหาของวิดีโอ
ที่เราจะบรรจุลงไป


2.แทรกตัวอย่างรูปภาพ หรือ แทรกวิดีโอ ในหัวข้อที่ได้

การทำงานของระบบ

การทำงานของระบบวิดีโอออนดีมานด์มีส่วนประกอบด้วยกัน 3 ส่วน ดังแสดงในรูปที่ 1



1. Video Server และ Switch Combination
       ตัว Server จะทำหน้าที่เลือกและดึงข้อมูลของรายการต่าง ๆ จากหน่วยข้อมูลตามความต้องการของผู้ใช้บริการสำหรับการให้บริการระบบวิดีโอออนดีมานด์ขนาดใหญ่นั้น อาจจะให้ ATM (Asynchronous Transfer Mode) Switches ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่สำหรับส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูง

2. สายส่งสัญญาณ (Transmission Medium)
      โดยปกติแล้วสายนำสัญญาณที่ใช้คือสายใยแก้วนำแสง (Optical Fiber) โดยใช้เทคโนโลยีการบีบอัดข้อมูลเพื่อลดขนาดของข้อมูล สายนำสัญญาณอีกแบบหนึ่ง คือสายโทรศัพท์ (สายทองแดงทั่วไป) ซึ่งใช้กับเทคโนโลยี ADSL (Asynchronous Digital Subscriber Line) และระบบส่งสัญญาณอีกแบบหนึ่งที่ไม่ต้องใช้สายเคเบิล คือดาวเทียม การทำงานของระบบทั้งสามจะกล่าวในรายละเอียดต่อไป

3. ตัวแปลง และรับสัญญาณ (Set Top Convertor)
       ตัวแปลง และรับสัญญาณนี้จะรับสัญญาณจากสายส่งสัญญาณ แล้วแปลงไปเป็นสัญญาณภาพเข้าเครื่องรับโทรทัศน์ นอกจากนี้ยังทำการส่งคำสั่งต่าง ๆ และข้อมูลการเก็บค่าบริการ (Billing) จากผู้ใช้ไปยัง Switch อุปกรณ์ Set Top จะอยู่ที่บ้านผู้ใช้ซึ่งมี Interactive Remote Control สำหรับผู้ใช้เพื่อติดต่อกับ Video Server ในระหว่างการชมรายการ ซึ่งสามารถใช้หยุดพักการชมรายการชั่วคราว (Pause) กรอไปข้างหน้า (Fast Forward) หรือกรอกลับ (Rewind) ได้เหมือนเครื่องเล่นวิดีโอทั่วไป

Video Servers
         เป็นส่วนที่เก็บรายการต่าง ๆ ที่จะให้บริการ ซึ่งมีส่วนประกอบดังแสดงในรูปที่ 2 รายการต่าง ๆ ที่เก็บอยู่ในส่วน Video Storage จะถูกบีบอัดด้วยเทคนิค MPEG1 หรือ MPEG2 เพื่อลดขนาดของข้อมูล ข้อมูลที่เก็บอยู่จะถูกส่งต่อไปยัง Distribution System เพื่อส่งไปตามระบบส่งสัญญาณ (Transmission System) โดยมี Video Transfer Engine เป็นตัว Interface ระหว่าง Video Server และ Transmission System ซึ่งมีหน้าที่ดึงข้อมูลจาก Video Server และรักษาความเร็วในการส่งข้อมูลให้คงที่



ระบบส่งสัญญาณ (Transmission System)
ระบบ Transmission ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะนำมาใช้กับวิดีโอออนดีมานด์ มีอยู่ด้วยกัน 3 ระบบ คือ

               1.Hybrid Fiber Coaxial (HFC) เป็นระบบผสมผสานระหว่าง Fiber กับ Coaxial โดยใช้ Fiber เชื่อมระหว่าง Video Hub กับเครือข่ายตอนนอก (Outside Plant) และใช้สาย Coaxial เข้าถึงครัวเรือน รายละเอียดการทำงานของระบบ HFC แสดงอยู่ในรูปที่ 3 ข้อมูล Digital จาก Video Server จะถูกปรับคลื่นความถี่โดย BHDT (Broadband Host Digital Terminal) เพื่อให้อยู่ระหว่างช่วงความถี่ 550-750 MHz และส่งไปตามบ้าน ระบบ addressable set top จะทำการเลือกข้อมูลที่ส่งมา พร้อมทั้งปรับและแปลงสัญญาณนั้นให้ผู้ชมที่บ้าน บริษัท AT&T อยู่ระหว่างการทดลองใช้ระบบ HFC ที่ลองไอส์แลนด์ นิวยอร์ก โดยการลงทุนประมาณ 2,500 เหรียญสหรัฐฯ ต่อผู้รับบริการ 1 ท่าน


               2.Asymmetric Digital Subscriber Line (ADSL) จะใช้เทคโนโลยีของการบีบอัดข้อมูล โดยส่งผ่านสายโทรศัพท์ทั่วไปที่มีเครือข่ายอยู่แล้ว โดยแถบความกว้างสัญญาณขาไปที่ส่งได้ถึง 6 MBps องค์ประกอบ VOD โดยใช้ ASDL แสดงในรูปที่ 4 ข้อมูลจาก Video Server ซึ่งถูกบีบอัดจะผ่านการสลับช่องสัญญาณในส่วนของ DCS และผ่านเข้าสู่มัลติเพลกเซอร์ (MX) เพื่อส่งรายการตามที่ผู้ใช้เลือก และส่งเข้าสู่ ADSL XMTR เพื่อส่งตามสายโทรศัพท์สู่เครื่องรับของผู้ใช้ที่บ้าน ระบบ ADSL จะมีข้อจำกัดตรงระยะทางระหว่าง Head Find กับเครื่องรับของผู้ใช้ ราคาการลงทุนประมาณ 1,500 เหรียญสหรัฐฯ ต่อผู้ใช้ 1 ท่าน ข้อดีของระบบนี้คือ สามารถติดตั้งได้รวดเร็ว และราคาการลงทุนถูกกว่า แต่จำกัดที่จำนวนรายการ ระบบ ADSL อยู่ระหว่างการทดสอบโดยบริษัท เบลแอตแลนติก บริษัท เทลสทรา ที่ออสเตรเลีย และบริษัทเบลกาคอม ที่บรัสเซล เบลเยี่ยม


           3.Direct Broadcast Satellite (DBS) ใช้เทคโนโลยีดาวเทียมเป็นระบบส่งสัญญาณขาไปผ่านดาวเทียม และสัญญาณขากลับส่งผ่านสายโทรศัพท์ จำนวนของสัญญาณมีได้ถึง 74-150 ช่อง ราคาการลงทุนประมาณ 1,000 เหรียญสหรัฐฯ ต่อผู้ใช้ 1 ท่าน องค์ประกอบการทำงานของระบบ DBS แสดงในรูปที่ 5


           LNB (Low Noise Block) และ Down Converter จะปรับสัญญาณความถี่จาก C-BAND ของแถบความกว้างสัญญาณระหว่าง 4.2 GHz - 8.7 GHz ลงมาถึง 900 MHz ซึ่งอาจจะมีการรวมสัญญาณกับ Off-air Channels โดยส่วนของ "COMB" เพื่อส่งไปตามครัวเรือนอีกทีหนึ่ง

ทิศทางการบริการในไทย
ขณะนี้มีการทดลองให้บริการวิดีโอออนดีมานด์หลายแห่งทั้งในอเมริกา ยุโรป และเอเชีย ซึ่งการทดลองให้บริการอยู่ในช่วง 50 ถึง 1,000 ครัวเรือน และปริมาณรายการให้เลือกระหว่าง 50-1,000 รายการ ดังแสดงในตารางที่ 1

            ในโซนเอเชียแปซิฟิกมีการทดลอง หรือเตรียมการทดลองวิดีโอออนดีมานด์ที่ประเทศจีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย สิงคโปร์และประเทศไทย ดังแสดงในตารางที่ 2
                                                               ภาพจาก http://www.oknation.net/blog/print.php?id=66616
              

           สำหรับประเทศไทยนั้นเครือข่ายที่มีอยู่แล้วคือเครือข่ายโทรศัพท์ ซึ่งเทคโนโลยี ADSL เป็นเทคโนโลยีที่น่าจับตามอง และมีการทดลองให้บริการในหลาย ๆ แห่งทั่วโลก เมื่อเทคโนโลยีการบีบอัดข้อมูลมีการพัฒนามากขึ้น การติดตั้งระบบก็เป็นไปได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น ADSL น่าจะเป็นเทคโนโลยีที่เหมาะสมสำหรับการให้บริการในประเทศไทย

            อย่างไรก็ตาม เมื่อเครือข่ายใยแก้วนำแสงเสร็จเรียบร้อย เทคโนโลยี HFC ก็จะเป็นอีกเทคโนโลยีหนึ่งที่ไม่อาจมองข้ามไปได้ สำหรับการให้บริการวิดีโอออนดีมานด์ในช่วงเริ่มต้นนั้น ควรจะให้บริการลูกค้าที่เป็นกลุ่มธุรกิจก่อน เช่น โรงแรม เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อใช้เวลาในช่วงนี้สำรวจตลาด และทดสอบเทคโนโลยีในเวลาเดียวกัน

 3.ท่านจะประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน หรือ ชีวิตประจำวัน หรือ ในหน่วยงาน องค์กรได้อย่างไร
การประยุกต์ใช้งานระบบ Video on Demand 

        ด้วยเหตุที่ Video on Demand มีข้อดีเหนือกว่าการให้บริการที่ใช้ม้วนหรือแผ่นวีดิทัศน์ชนิดต่าง ๆดังกล่าว มาแล้ว จึงมีการนำไปประยุกต์ใช้งานในหลาย ๆด้านดังตัวอย่างต่อไปนี้

- งานบริการสื่อการศึกษา (Self Learning หรือ Instruction on Demand) เพื่อให้บริการวีดิทัศน์การเรียนการสอน การฝึกอบรม สารคดี ข่าวสารที่สำคัญ ผ่านทางระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เพื่อให้การบริการมีประสิทธิภาพและได้ประโยชน์สูงสุด

- งานบริการภาพยนตร์บันเทิง (Movie on Demand) บริการที่ดีคือหัวใจของธุรกิจประเภทโรงแรม โรงพยาบาล สายการบิน การที่ลูกค้าสามารถเลือกชมภาพยนตร์ เรื่องต่าง ๆ ภายในห้องได้ทันทีพร้อมทั้งควบคุมการเล่นได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องรอเวลา ย่อมเป็นที่ชื่นชอบ ของลูกค้ามากกว่า นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มบริการเสริมเช่น ข้อมูลการท่องเที่ยว อินเตอร์เน็ต หรือสั่งอาหารออนไลน์ได้อีกด้วย

- ห้องร้องเพลง (Karaoke on Demand) ห้องร้องเพลงสามารถใช้ประโยชน์จาก Video on Demand ได้เป็นอย่างดี เพราะผู้ใช้บริการสามารถเลือกเพลง เปลี่ยนลำดับ หรือยกเลิกด้วยตนเองได้ทันที พร้อมให้บริการเสริมได้เช่นเดียวกับงานบริการภาพยนตร์บันเทิง

- บริการดนตรี (Music on Demand) ลักษณะเช่นเดียวกับห้องร้องเพลง แต่เนื้อหาจะเปลี่ยนไป แทนที่จะเป็นวีดิทัศน์คาราโอเกะซึ่งต้องมีคำร้องใต้ภาพและอาจจะไม่มีเสียงของนักร้อง ก็เป็นวีดิทัศน์การแสดงคอนเสิร์ตหรือมิวสิกวิดีโอแทน

- ตู้ข่าวสารข้อมูลที่โต้ตอบได้ (Interactive Information Kiosk) ตู้ข่าวสารข้อมูลสำหรับงานเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ไม่ว่าจะตั้งอยู่ที่ไหนเช่นบริเวณสนามบิน ศูนย์การค้า โรงแรม ห้องสมุด และสถานที่ราชการ การเพิ่มข้อมูลที่เป็นวีดิทัศน์ย่อมให้ความสมบูรณ์ของเนื้อหาได้ดีกว่า

- งานฐานข้อมูลวีดิทัศน์ (Video Archiving, Video Library) การเก็บบันทึกข้อมูลวีดิทัศน์เพื่อการสืบค้น ในห้องสมุดวีดิทัศน์ ห้องสมุดข่าว ข้อมูลสำหรับผู้บริหาร หรือแม้แต่การเก็บภาพสำหรับงานสตูดิโอก็สามารถนำ Video on Demand มาประยุกต์ใช้ได้เป็นอย่างดีทั้งสิ้น


Video on Demand สำหรับงานบริการการศึกษา

สำหรับงานด้านการศึกษา Video on Demand สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานได้อย่างกว้างขวางดังตัวอย่างพอสังเขปดังต่อไปนี้

- งานเผยแพร่คำบรรยาย เป็นการบันทึกการบรรยายของผู้สอนในการบรรยายตามปกติไว้ในเครื่องแม่ข่ายวีดิทัศน์ เพื่อบริการให้กับผู้พลาดการบรรยายด้วยสาเหตุใดก็ตาม ผู้ต้องการทบทวนเนื้อหาหลักสูตร หรือผู้ที่ตามคำสอนไม่ทันได้มีโอกาสไปขอรับบริการจากศูนย์บริการข้อมูลหรือห้องสมุดได้

- บริการวีดิทัศน์การศึกษา เป็นวีดิทัศน์ที่ผลิตขึ้นโดยเฉพาะ วีดิทัศน์ประเภทนี้จะมีเนื้อหาที่รัดกุมกว่า ภาพประกอบ คำบรรยาย วอย่าง จะสมบูรณ์มากกว่า จึงเหมาะสำหรับการนำมาให้บริการ Video on Demand เพื่อการศึกษาค้นคว้าได้อีกชนิดหนึ่ง

- บริการข่าวสารและเหตุการณ์สำคัญ การศึกษาไม่จำกัดอยู่เฉพาะในตำรา ข่าวสารและเหตุการณ์ที่สำคัญถือเป็นเนื้อหาที่บรรจุอยู่ในหลายหลักสูตร การบรรจุข่าวสารที่สำคัญไว้ในเครื่องแม่ข่ายวีดิทัศน์ ก็สามารถสร้างศูนย์บริการข่าววีดิทัศน์บนเครือข่ายได้

- สารคดีประกอบบทเรียน สารคดีที่มีประโยชน์คือแหล่งความรู้อันมหาศาล ความเข้าใจเรื่องธรรมชาติ ภูมิศาสตร์ ขนบธรรมเนียม ประเพณี การประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ ๆ ทำให้เกิดวิสัยทัศน์ ความตื่นตัว และพัฒนาการ จึงสมควรมีไว้บริการในระบบ Video on Demand เช่นกัน

- การฝึกภาคปฏิบัติ ห้องปฏิบัติการทางภาษา งานหัตกรรมบางประเภท งานที่ต้องใช้ความละเอียด ตัวอย่างที่เสี่ยงอันตราย เหมาะอย่างยิ่งที่จะเผยแพร่ในรูปของวีดิทัศน์ ผู้ปฏิบัติสามารถย้อนกลับไปกลับมาเท่าที่ต้องการโดยไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดความเสียหายต่อระบบถ้าหากเป็นการเปิดจากระบบ Video on Demand

ประยุกต์ใช้ในงานด้านการศึกษา 
เทคโนโลยีสารสนเทศที่นำมาใช้สำหรับการเรียนการสอน เป็นการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่หลายอย่าง สอนด้วยสื่ออุปกรณ์ที่ทันสมัย ห้องเรียนสมัยใหม่ มีอุปกรณ์วิดีโอโปรเจคเตอร์ (Video Projector)มีเครื่องคอมพิวเตอร์ มีระบบการอ่านข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์แบบต่าง ๆ รูปแบบของสื่อที่นำมาใช้ในด้านการเรียนการสอน ก็มีหลากหลาย ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในการนำมาใช้ เช่น คอมพิวเตอร์ช่วยสอน อิเล็กทรอนิกส์บุค วิดีโอเทเลคอนเฟอเรนซ์ ระบบวิดีโอออนดีมานด์ การสืบค้นข้อมูลในคอมพิวเตอร์ และระบบอินเทอร์เน็ต เป็นต้น

       คอมพิวเตอร์ช่วยสอน เป็นการนำเอาเทคโนโลยี รวมกับการออกแบบโปรแกรมการสอน มาใช้ช่วยสอน ซึ่งเรียกกันโดยทั่วไปว่าบทเรียน CAI ( Computer - Assisted Instruction ) การจัดโปรแกรมการสอน โดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน ในปัจจุบันมักอยู่ในรูปของสื่อประสม (Multimedia) ซึ่งหมายถึงนำเสนอได้ทั้งภาพ ข้อความ เสียง ภาพเคลื่อนไหวฯลฯ โปรแกรมช่วยสอนนี้เหมาะกับการศึกษาด้วยตนเอง และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถโต้ตอบ กับบทเรียนได้ตลอด จนมีผลป้อนกลับเพื่อให้ผู้เรียนรู้ บทเรียนได้อย่างถูกต้อง และเข้าใจในเนื้อหาวิชาของบทเรียนนั้นๆ
 การเรียนการสอนโดยใช้เว็บเป็นหลัก เป็นการจัดการเรียน ที่มีสภาพการเรียนต่างไปจากรูปแบบเดิม การเรียนการสอนแบบนี้ อาศัยศักยภาพและความสามารถของเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นการนำเอาสื่อการเรียนการสอน ที่เป็นเทคโนโลยี มาช่วยสนับสนุนการเรียนการสอน ให้เกิดการเรียนรู้ การสืบค้นข้อมูล และเชื่อมโยงเครือข่าย ทำให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ทุกสถานท ี่และทุกเวลา การจัดการเรียนการสอนลักษณะนี้ มีชื่อเรียกหลายชื่อ ได้แก่ การเรียนการสอนผ่านเว็บ (Web-based Instruction) การฝึกอบรมผ่านเว็บ (Web-based Trainning) การเรียนการสอนผ่านเวิล์ดไวด์เว็บ (www-based Instruction) การสอนผ่านสื่อทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-learning) เป็นต้น
 อิเล็กทรอนิกส์บุค คือการเก็บข้อมูลจำนวนมากด้วยซีดีรอม หนึ่งแผ่นสามารถเก็บข้อมูลตัวอักษรได้มากถึง 600 ล้านตัวอักษร ดังนั้นซีดีรอมหนึ่งแผ่นสามารถเก็บข้อมูลหนังสือ หรือเอกสารได้มากกว่าหนังสือหนึ่งเล่ม และที่สำคัญคือการใช้กับคอมพิวเตอร์ ทำให้สามารถเรียกค้นหาข้อมูลภายในซีดีรอม ได้อย่างรวดเร็วโดยใช้ดัชนี สืบค้นหรือสารบัญเรื่อง ซีดีรอมจึงเป็นสื่อที่มีบทบาทต่อการศึกษาอย่างยิ่ง เพราะในอนาคตหนังสือต่าง ๆ จะจัดเก็บอยู่ในรูปซีดีรอม และเรียกอ่านด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่เรียกว่าอิเล็กทรอนิกส์บุค ซีดีรอมมีข้อดีคือสามารถจัดเก็บ ข้อมูลในรูปของมัลติมีเดีย และเมื่อนำซีดีรอมหลายแผ่นใส่ไว้ในเครื่องอ่านชุดเดียวกัน ทำให้ซีดีรอมสามารถขยายการเก็บข้อมูลจำนวนมากยิ่งขึ้นได้

4. ระบุข้อเสนอแนะ ติ ชม ทุก ๆ ด้าน จากการอบรมของ ดร.ชัชญาภา วัฒนธรรม (ข้อนี้ไม่มีความสัมพันธ์กับคะแนนข้อที่ 1-3) 

      ความรู้ที่ได้จากอาจารย์สมารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในการเรียนการสอน  ซึ่งในยุคปัจจุบันเทคโนโลยีเป็นสิ่งสำคัญทำใไห้สะดวกสบายมากขึ้นทั้งในด้านการใช้ชีวิตประจำวันและการเรียนการสอน   อาจารยสอนได้เข้าใจดีแต่บางครั้งอาจทำตามอาจารย์ไม่ทันหรือทำไม่เป็น  เมื่ออาจารย์สอนทีละขั้นตอนทำให้เข้าใจมากขึ้นเรียนกับอาจารย์สนุกดีค่ะ

บรรณานุกรม

1 ความคิดเห็น:

  1. สล็อต เล่นง่ายเข้าง่าย ปากทางเข้า สะสมเกมสล็อตพีจีออนไลน์ไว้อย่างยัดเยียดแล้วหลังจากนั้นก็เป็นเว็บที่มาแรงที่สุดของยุคนี้ PG SLOT เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ แจ็กพอเพียงตแตกเยอะมาก

    ตอบลบ